[EGoT] sub-event 01 : A dream which I raise my sword towards.

posted on 30 Jun 2013 19:08 by commustory
 


(หากเปิดเพลงนี้คลอไปด้วยจะได้ฟิลลิ่งมาก *กราบขอบคุณ OST ไททันมา ณ ที่นี้)
 
 
 
 
--------------------------------------
 
 

    ตามทางเดินเล็กๆภายในซอกเมืองที่มีผู้คนอยู่ประปราย เพราะเป็นบริเวณที่พักอาศัยธรรมดา เลยไม่ค่อยจอแจหรือมีบรรยากาศอึดอัดมากนัก โดยเฉพาะยามสายัณห์เช่นนี้
 
 
ทั้งที่จริงๆแล้ว เทียบกับคิงส์แลนดิ้ง ที่นี่อาจจะดูสงบกว่าเยอะ ... แต่เจ้าของร่างสูงโปร่งกว่าผู้หญิงธรรมดา ใบหน้าเรียบนิ่งพร้อมนัยน์ตาสีฟ้าครามคมกริบเย็นเยือกเยี่ยงน้ำแข็งและบรรยากาศหนาวเย็นของวินเทอร์เฟล ....กริเซล.... นั้นไม่อาจรู้ถึงเรื่องราวหรือความเป็นไปของเมืองห่างไกล หรือแดนใต้อันอบอุ่นเท่าใดนัก
ถึงแม้ว่าบ้านเกิดจะไม่ได้อยู่บริเวณใกล้กำแพงปราสาท แต่อย่างไรตอนนี้เธอก็เป็นคนวินเทอร์เฟล รับใช้ลอร์ด เลดี้ และเหล่าครอบครัวของพวกเขา รวมทั้งเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตตั้งแต่เกิด จนปัจจุบัน ได้พบทั้งผู้คนมากมาย และประสบการณ์ต่างๆ ที่บางทีตัวเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่ามันเป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงๆหรือ
แต่คิดอีกที ... ทั้งหมดก็เพราะตัวเองเลือกเองทั้งสิ้น


กริเซลยังคงเดินอย่างเชื่องช้าภายใต้แสงอาทิตย์มัวหม่น ท่ามกลางเมืองหนาวแห่งนี้ มันไม่ค่อยดูอบอุ่นสักเท่าไรนัก เหมือนกับมันมีค่าแค่เพียงส่องสว่างให้มองเห็นสสารบนผืนแผ่นดินนี้ได้ถนัดตาเท่านั้น
ผู้คนบางตา .....

ไอความเย็นสีขาวลอยตัวอ้อยอิ่งในอากาศตรงหน้าขาวซีด .....

บางทีก็อดอิจฉาผู้คนเหล่านั้นไม่ได้ แต่นึกแล้ว จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อตัวเองเป็นผู้ตัดสินใจละทิ้งวิถีชีวิตที่สุดแสนธรรมดาเหล่านั้นมา

เพียงเพราะการไม่ต้องการอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ค่า



...... โง่จริงๆ เด็กน้อยเอ๋ย .....
   
ฝีเท้าเดินเอื่อยเฉื่อยกลับเข้าไปยังในกำแพง ตรงไปยังการ์ดเฮาส์ ที่อยู่ปัจจุบันของเธอ


ด้วยบุคลิกที่น่ากลัวเย็นชามาแต่ไหนแต่ไร ทำให้ไม่มีใครสุงสิงด้วยมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่กริเซลต้องการอยู่แล้ว
แม้ว่าการพยายามปั้นหน้ากากน้ำแข็งสวมไว้ในตอนแรกจะยากลำบาก ความหนาวเย็นซึ่งเริ่มเข้าครอบงำเบื้องหน้าเสมือนกับการสัมผัสหิมะด้วยมือเปล่า ....เจ็บปวด....


กริเซลวางก้อนเหล็กซึ่งแกะออกมาจากข้อมือและข้อเท้า น้ำหนักรวมของมันร่วมสองกิโลเห็นจะได้ ไว้ตรงพื้นข้างที่นอน แล้วเอาเท้าดันพวกมันให้พ้นสายตา


ความจริงยามนี้ปกติก็ใกล้เวลาพักผ่อนถ้าไม่ต้องเฝ้าเวรกลางคืน แต่สำหรับเธอแล้ว ถ้ายังกำจัดสิ่งที่ขุ่นข้องใจออกไปไม่ได้ ก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะพัก

   
    กำแพงปราสาทสีเทาเริ่มกลืนหายไปกับไอความเย็นและความมืดที่กำลังค่อยๆโรยตัวเบื้องหลัง ส่วนเบื้องหน้านั้นคือกลุ่มแมกไม้ที่คล้ายกับประตูเชิญชวนให้เข้าสู่ความลึกลับของพงไพร
ป่าวูล์ฟวู้ด ที่ไม่ไกลจากวินเทอร์เฟลนัก ซึ่งในเวลากลางวันปกติเดินเท้าสบายๆก็ถึง แต่ใกล้มืดเช่นนี้จะไปจะกลับก็ควรสะดวกไว้ก่อน
กริเซลผูกม้าไว้ที่ชายป่า กระชับสายกระบอกใส่ลูกธนูและกำคันศรไว้อย่างเตรียมพร้อม ก่อนเคลื่อนกายเข้าไปในป่าอย่างเงียบเชียบ


    ข้างในนั้นหนาวเย็นยิ่งกว่าที่โล่ง......


หญิงสาวหย่อนตัวนั่งบนรากไม้ใหญ่ ผ้าพันคอที่นำมาด้วยพันสูงขึ้นตั้งแต่คอปิดทั้งปากและจมูกป้องกันความเย็น

อันที่จริงแล้วกริเซลไม่ได้กะจะเข้ามาล่าสัตว์



แต่การเข้าป่าตัวเปล่า ก็เหมือนกับป้อนอาหารแก่พวกสัตว์ร้ายถึงที่ เช่นนั้นจึงไม่ลืมที่จะพกธนูและมีดสั้นไว้ป้องกันตัว


ตอนนี้เธอต้องการเพียงแค่ความเงียบสงบกว่าที่ไหนๆ เพื่อครุ่นคิดถึงภารกิจที่ลอร์ดสตาร์คมอบให้ ... ซึ่งมันทำให้ถึงกับนอนหลับเต็มตาไม่ลง ครั้นจะไปถามเพื่อนนักรบด้วยกัน หรือชาวเมืองคนอื่นก็อาจจะถูกหาว่าเสียสติก็ได้


ของแบบนั้นบนโลกนี้มันมีอยู่ด้วยหรือ ข้าไม่เห็นรู้เลย รึข้าควรเดินทางลงใต้ แต่ข้าไม่ได้ชำนาญเส้นทางขนาดนั้น


ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดตัวเองเข้าไปทุกที

......................


จะว่าไป คนอื่นๆก็คงจะทำภารกิจเช่นนี้เหมือนกันสินะ?


แล้วก็กำลังพยายามอยู่สินะ?


ข้าเองก็ ... พยายามอยู่นะ


เพื่อ.......อะไร?


ดวงตาสีครามสั่นไหวเล็กน้อยกับคำถามในหัวล่าสุด ทำให้ความทรงจำก่อนหน้าที่จะมาอยู่วินเทอร์เฟลฉายชัดขึ้นมา



ข้าเคยมีบ้านของข้าอยู่กับพวกเจ้า ต้นไม้ทั้งหลาย


แม้ว่าพ่อของข้าจะจากไป แต่ข้าก็จะมีชีวิตอยู่ต่อ แม้ว่าจะต้องทิ้งเขาไว้ก็ตาม


เคยคิดว่ามีชีวิตอยู่ไปวันๆก็ย่อมได้


"ตอนนี้ คงถอยหลังกลับไม่ได้แล้วสินะ"


กริเซลพูดเบาๆในความมืดที่โอบล้อมด้วยแสงจันทร์เบื้องบน มันยังไม่สว่างเจิดจ้าเท่าใด


สิ่งที่ปรารถนา คือสิ่งที่เคยมีอยู่ในอดีต และมันจะมีอยู่ตลอดไป หากวันนั้นตัดสินใจไม่ไปกับเขา ... เด็กผู้ชายท่าทางเงียบๆดูเป็นพวกประหยัดคำพูดไว้เวลาจำเป็น เขายังเด็กนักยามก้าวไปในป่าด้วยกันครั้งแรก ทั้งที่กำลังจะเป็นกำลังให้กับประมุขแดนเหนือ ลอร์ดเฟอร์ดินาลด์ สตาร์ค


แต่วันที่เด็กหญิงผมบลอนด์และดวงตาสีครามสดใสได้ตัดสินใจ เลือกที่จะหันคมเฉือนเลือดเนื้อ และหันหลังให้กับชีวิตเดิมที่เธออาจควรจะอยู่กับมัน...ตลอดกาล


เป็นตัวเธอเอง ที่กลายเป็นเด็กน้อย


ตอนนั้นข้ากำลังปรารถนาอะไรกันนะ?


หรือแท้จริงแล้วข้าก็แค่เด็กขาดความอบอุ่นที่มาอยู่ผิดที่?


น่าอายชะมัด


คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาเป็นไอจางๆ แล้วเอนตัวพิงกับลำต้นหนาชื้น ทอดสายตามองแสงริบหรี่ที่ส่องผ่านใบไม้ลงมาอย่างยากลำบาก วูล์ฟวู้ดเงียบสงัดเหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้กริเซลรู้สึกกลัวได้


....ข้าคือลูกสาวนายพราน และข้าก็คือพราน....


พรานที่ปรารถนาที่จะเป็นนักรบเพียงเพราะความขี้ขลาด


เป็นเหตุผลที่ดูไม่ได้เอาเสียเลย


"น่าสมเพชจริง..."


เหมือนพอมาซึมซับบรรยากาศเก่าๆคนเดียว จิตใจก็ยิ่งฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม เพราะตั้งแต่กลายมาเป็นคนที่สงวนคำพูดและปิดกั้นตัวเองจากผู้คนส่วนใหญ่ เสียงที่อยู่ในใจก็เริ่มดังมากกว่าเสียงที่ออกจากปากเข้าไปทุกที


    กำแพงปราสาทสีเทาใกล้เข้ามา
บ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยที่ก่อสร้างเกาะกลุ่มกันอยู่ข้างๆก็เริ่มชัดเจนในวิสัยการมองเห็นฝ่าความมืด ม้าลาดตระเวนสีน้ำตาลเข้มเดินทอดน่องเนือยๆอย่างไม่รีบร้อน


สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา ทุกๆอย่าง...


ทำไมช่างเป็นคนไม่ได้เรื่องอย่างนี้


นี่ข้าเติบโตมาด้วยความหวาดกลัวอย่างนั้นรึ ตลอดเกือบสิบปีที่อยู่วินเทอร์เฟล .. รึข้าไม่ได้โตขึ้นมาเลย ..


แม้ว่าจะผ่านความชิงชัง คำเหยียดหยาม ความเจ็บปวดทรมานมามากมายจนเป็นนักรบ ตำแหน่งที่ชายชาติทหารหลายคนดูจะภูมิใจกับมันที่จะได้อุทิศกายเพื่อเป้าหมายที่คนเหล่านั้นปกป้อง


แล้วข้าล่ะ..



ข้าควรจะมีความปรารถนาที่จริงจังกว่านี้ใช่ไหม


ข้าไม่ควรหลบหลังความกลัวเช่นนี้ตลอดไปใช่ไหม


    "หากเลือกที่จะเป็นนักรบ ความตายก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวมากกว่าเดิม"


".................."


"แต่ความรับผิดชอบ หน้าที่ที่ต้องทำ ... ผู้คนที่ฝากชีวิตเอาไว้พวกนั้น คือกำลังของเรา"


"และพวกเราก็จะเป็นกำลังให้กับลอร์ดสตาร์คและวินเทอร์เฟล เพื่อปกป้องทุกคนที่นี่ มีอะไรชัดเจนในใจเจ้าขึ้นบ้างไหมกริเซล"


ดวงตาสีครามหลุบลงครุ่นคิดหลังจากคู่สนทนาตรงหน้าพูดจบ


อิซซาเบลล่า คือเพื่อนนักรบหญิงไม่กี่คนที่หญิงสาวยอมเปิดปากคุยด้วยเป็นเรื่องเป็นราวและไม่มีท่าทีต่อต้าน 



ผมสีทองที่มัดรวบไว้เรียบร้อย รวมทั้งประกายในดวงตาที่ต้องแสงไฟหน้าโรงตีเหล็กสะท้อนวูบวาบคล้ายอัญมณีหลากสีกำลังมองใบหน้าว้าวุ่นอย่างทวีความสงสัย


"เจ้าเป็นนักรบอย่างไรกัน ไม่แปลกใจตัวเองบ้างรึที่อยู่กับมันมาจนป่านนี้แล้วแต่กลับไม่มีความปรารถนาในจุดมุ่งหมายเลย ... แล้วทั้งหมดนั่น เจ้าพยายามมาเพื่ออะไรล่ะ?"


หญิงสาวร่างสูงกว่าไม่ได้กะคาดคั้นจะเอาคำตอบจากเพื่อนร่วมงานภายในเร็ววัน นิสัยของกริเซลเธอเองก็รู้อยู่ ... เธอแค่ขาดคนกระตุ้นและชี้แนะ เพราะกิริยาที่ปฏิเสธคนแทบจะตลอดเวลานั่นล่ะ


...ความปรารถนาที่หวังว่าจะหลบอยู่หลังคมดาบเพื่อมีชีวิตอยู่... มันเป็นเรื่องของเด็กที่ไม่รู้จักโต


...ข้าคือกริเซล ... ที่ไม่ใช่เด็กอายุสิบสาม และไม่ใช่แค่พรานธรรมดาอีกต่อไป


...ทุกคนเติบโตขึ้นไปไกลเกินตัวนัก แม้แต่เจ้าก็ไม่รอข้าเลย....ดีไวน์


    เธอเดินจากเพื่อนนักรบออกมาเงียบๆ แล้วเหมือนอิซซาเบลล่าก็ไม่ได้สนใจจะรั้งตัวเอาไว้เสียด้วย
หญิงสาวเดินไปเรื่อยภายในกำแพงปราสาท เดินไปเดินมาอย่างไร้จุดหมายแม้ในใจจะคิดอะไรต่อมิอะไรวุ่นวาย  พลางไล่สายตาจดจำทุกสถานที่ราวกับว่าอนาคตจะไม่ได้เห็นมันอีก


...ความฝัน ความปรารถนาของข้านะรึ...


ข้าคิดอะไรยิ่งใหญ่สูงส่งไม่เป็นเสียด้วย


กริเซลยืดตัวมองไปทางทิศที่ตั้งของหอสังเกตการณ์สูงใหญ่ด้านหลังการ์ดเฮาส์ ซึ่งตอนนี้สภาพมันโทรมเป็นซากเพราะฟ้าผ่าและไฟไหม้ในอดีตกาล แต่มันกลับยังยืนนิ่งสงบคล้ายกับว่ามันกำลังเฝ้ามองเมืองทั้งเมืองอยู่อย่างเงียบๆ




เจ้ายืนแบบนั้นมานานกี่สิบปีแล้วนะ? หรือเป็นร้อยปี?


ดูเจ้าสิ ทั้งที่ทรุดโทรมขนาดนั้น ต่างกับข้าที่ยังสมบูรณ์ทุกอย่าง


เธอยกมือขึ้นมาและหงายฝ่ามือสองข้างตรงหน้า ก่อนค่อยๆกำแน่น


ถ้าข้าเป็นสักครึ่งนึงของเจ้าได้


เจ้าที่สามารถรับรู้ทั้งเรื่องที่เลวร้าย เรื่องที่มีความสุข แต่ก็ยังยืนอยู่ได้


...ข้าควรตัดสินใจเสียที


    อากาศยามกลางคืนเย็นกว่ากลางวัน แม้จะยังไม่ดึกสงัดก็ตาม


ถึงจะไม่รู้ว่ายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ แต่ก็คงนานพอที่จะเป็นจุดสนใจให้กับใครบางคนที่ตอนนี้มายืนอยู่ข้างๆ แต่ไม่ได้เข้าใกล้มากนัก ผมสั้นสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับดวงตานั้นเหมือนกับครั้งแรกที่ได้พบ แม้ว่าเวลาและประสบการณ์ต่างๆจะทำให้มันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง


ข้าต้องเงยหน้ามองเจ้าแล้วรึนี่


“เจ้ามีธุระแถวนี้รึ”


ดีไวน์ถามขึ้นอย่างประหลาดใจ  ไม่บ่อยนักที่จะเห็นเธอมาอยู่หน้าหอกาในอารมณ์เหมือนคนเหม่อลอย
หญิงสาวมองเขาครู่หนึ่งก่อนหลุบหน้าลงนิด และยิ้มเหมือนกำลังขำตัวเองอยู่อย่างนั้น



“ไปหาอะไรดื่มกันไหม”


หากเราไม่ได้พบกันวันนั้น ก็คงไม่ได้เกิดความเปลี่ยนแปลง


และเป็นเพราะแค่ความกลัว


ทั้งที่เขาตาย .. เพื่อปกป้องให้ครอบครัวที่เขารักและเหลือเพียงหนึ่งมีชีวิตอยู่ต่อไป


และเป็นเพราะแค่ความกลัว


เธอไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว


จึงเลือกหวังเพียงแค่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้นานขึ้นกว่านี้ และมีค่ามากขึ้นกว่านี้


และเป็นเพราะแค่ความกลัว


เด็กคนหนึ่งกลับปกปิดความอ่อนแอภายใต้หน้ากากและเงาดำมืดเย็นเยือกของดาบ


และเป็นเพราะแค่ความกลัว


ที่ผูกมัดให้มือทั้งสองข้างหนักอึ้ง


ทั้งที่ตอนนี้ "ข้าสามารถปกป้องได้มากกว่าหนึ่งชีวิต"


"และอาจจะปกป้องเมืองนี้เอาไว้ได้เหมือนกัน"


จงเติบโตขึ้นเถิด กริเซล


"มือของข้าจะต้องเป็นอิสระ"


"เพื่อครอบครัว และวินเทอร์เฟล"


-------------------------------------------------------

//หงายค่ะหงายยยยย หงายมากจุดนี้
 
คุณภาพคืออะไรโอยยยยยย *เอาหัวโขกบล็อก*
 
ขออภัยถ้าจุดมันเยอะ ไม่ได้ตั้งใจปั๊มแต่มันแบบ ถ้าไม่มีจุดๆทอดเสียงกับเสียงความคิดในใจกริซที่ดูหนืดๆเอื่อยๆมันจะไม่กริซ :'D ฮือฮือออออออ

สรุปนางก็เพิ่งจะโตล่ะนะ *เขร้ม*

หวังว่าคงไม่มึนกันมากไปนะเครอะ คือแบบไม่ได้แต่งอะไรดราม่าเวิ่นเว้อรำพันกับตัวเองมาน้านนานมากกกก555

Comment

Comment:

Tweet

มายน้องจ๋าวววววววววววววว ><,,,,,, /กอดรัดดดดด

ชีวิตธรรมดาที่เธอจากมา... อา... สิ่งที่ทิลด้าฝันถึงมาตลอด... อาาา..... /ทิ้งไปทำม๊ายยย ทำม๊ายยยยย /ตรบตีกริซแทนลูก /ธนูปักคอ

แงงงง สกรีนโทนเธอจัดเต็มมากกก /ชาบูววว ;w;b

อยากให้สองคนนี้ได้มีโอกาสเจอกันอย่างสันติ... จะรอวันนั้นนะ ฮรูววว /เบลอการร่วมเรียงจุดในวันนี้ไป ฮาาาาาา

#8 By BloodyPena :: Through Ages on 2013-07-02 22:14

ถึงทุกคนที่เมนท์บน จากผปค.เบล
ข้าเชียร์กริซ/ดีไวน์  #ซรับรัวๆ
วิ่งมากรี๊ด เราชอบภาพที่เธอวาดดดดด //ภาพกริซกับผ้าพันคอสวยมากเลยยยย
ขอบคุณที่วาดเบลนะห์ #อึ๋มหนัก #เบลอชั้นไป
ดูเหมือนมีสตอรี่อดีตอีกมากรอการเปิดเผย เราจะรออ่านนะ จะรอ ;w;/

#7 By Wolf.G on 2013-07-02 19:49

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 8,477 ตัว
*สำหรับจุดที่เว้นบรรทัดเป็นช่วงยาว นับว่าเว้นบรรทัดเพียงสองบรรทัดเท่านั้น
คอมมิคติดสกรีนโทน 6 ภาพ

รวมทั้งหมด (8477/7)+(150*6) = 2111
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 2111

#6 By EGoT on 2013-07-02 02:14

ขอโทษนะคะ แต่อ่านจบแล้วจู่ ๆ ก็อยากเชียร์อิซาเบลล่า*กริเซลขึ้นมา ทั้งที่มีเรื่องดีไวน์อยู่แท้ ๆ
(ข้ามค่ายไปสายยูริโดยพลัน)
///ทำเป็นไม่เห็นไปเถอะนะคะ 555+
.
.
.
ตั้งแต่อ่านมาจนถึงตอนนี้ เราก็ยังคิดว่าวินเทอร์เฟลเป็นแดนหนาวที่อบอุ่นมากเลยค่ะ เพราะยังไม่เจอใครที่รับใช้ลอร์ดและเลดี้สตาร์คด้วยเจตนาแอบแฝงเลย ทุุกคนอยู่ที่นี่และทำเพื่อตระกูลนี้

กริเซลน่ารักมาก ๆ ถึงจะบอกว่ามาเป็นนักรบด้วยความกลัว แต่สุดท้ายแล้วสรุปได้ว่า ...เพื่อครอบครัวและวินเทอร์เฟล

ไม่แน่ว่าสตาร์คอาจเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดก็ได้

#5 By Lionel EGoT on 2013-07-01 09:25

สาวนักรบวินเทอร์เฟลดูน่านับถือจังเลย... /มองลูกตัวเอง
ก็ถือว่ากริเซลเติบโตขึ้นมาเป็นนักรบอย่างน่าภาคภูมินะคะ 
ถึงจะเป็นก้าวเล็กๆแต่ก็เป็นก้าวที่สำคัญนะ
ภาพประกอบสวยมากเลยค่ะ สาวๆน่ารักมากเลยน้า cry

#4 By ยู่ยี่. on 2013-07-01 00:25

ฮึ่มมมมมม ไม่...ข้าเป็นหมึกกล้วย ข้าจะไม่ก๊าวWTF (ข้าชอบชื่อย่อเมืองของพวกเจ้ามากกกกกกกก)
แต่กริเซลน่าร้ากกกก แงงงงงงงงงงงงง
ข้าชอบอารมณ์ตอนเจ้าหย่อนภาพอ่ะนาตรุ๊งส์ ; w ;
แต่สารภาพว่า มีวินาทีนึงที่ข้ามองอิซซาเบลล่าเป็นแอนนี่ /โดนต่อย

#3 By GoMuth on 2013-06-30 23:21

//กอดดดด กริซน่ารักกกกก
เฟอร์ภูมิในใจตัวกริซมากนะ ฮืออ ขอบคุณที่ทำเพื่อวทฟ

#2 By [veho on 2013-06-30 23:18

คุณภาพคืออันนี้แหละ / ประทับจิตประทับใจ
กริเซลงามมากสาวสวยตาคมผมยาว /กรี๊ดแบบติ่งๆ
ข้่าว่าทางไหนของเจ้าก็ไม่ง่าย  /หนีเสือปะจระเข้ชัดๆอ่ะสาวน้อย
เบลเท่มว้าก...../เป็นมุมมองสาวที่เท่อยู่แล้ว  ที่จริงสองคนนี้คุยกันจะมีอะไรได้อีกมากทีเดียว / ตั้งก้องแอบถ่าย
ไม่เป็นไรนะ  เครียดอะไรก็มาบ่นกะดีไวน์ได้  จะนั่งฟังเจ้าบ่นตั้งแต่ฟ้ามืดยันสาง / หากไม่อยากถูกทำร้ายจิตใจอย่าอนุญาตให้มันพูด....
แงงงงชอบความสัมพันธ์แบบนี้จัง / หนีไปกิ๊วก๊าวเองคนเดียว
จงเติบโตกริเซล....เบื้องหน้าโหดร้ายนัก / จริงๆ OTL

#1 By A.A the wolf on 2013-06-30 19:35